travei

My BagPack Story

posted on 15 Sep 2007 01:35 by reidiary



My BagPack Story


วิสาขบูชา (ที่ผ่านมา) จะไปเวียนเทียนที่ไหนดี

ผมถามตัวเองราวกับว่าเป็นพุทธศาสนิกชนผู้เคร่งครัด

ที่ไหนก็ได้น่า ... (ดีเหมือนกันหมดแหละ)

คำว่า "ที่ไหนก็ได้" ทำให้เกิดความคิดขึ้นมาว่า ...

ทำไมเราไม่ไปเวียนเทียน

พร้อมกับท่องเที่ยวได้ด้วยเปลี่ยนบรรยากาศเดิมๆ ซะบ้างล่ะ


Arrrr ......

แล้วผมก็ปิ๊งไอเดีย

สิบปีมาแล้วที่เคยทำงานอยู่แถบอีสานแถวริมโขง


มุกดาหาร สกลนคร นครพนม อุดรฯ

ผมพอรู้เส้นทางและเคยไปไหว้ปูชนียสถานและปูชนียบุคคลหลายแห่ง

รวมทั้งพระธาตุพนม ซึ่งดูจะน่าสนใจที่สุด

เพราะเป็นพระบรมสารีริกธาตุยิ่งใหญ่ของชาวอีสาน


ผมรีบทำตัวให้ว่างในทันที

แล้วรีบควักกระเป๋าตังค์ออกมานับ ... โอววว จะพอมั๊ยเนี่ย
???

(เพราะหลวมตัวจ่ายค่า
Workshop ถ่ายภาพกับ Zigg@mza ไปซะแล้ว)

คงพอน่าาา (แบบปลอบใจตัวเอง)

ไปแบบ
BagPack กินอยู่ง่ายๆ เข้าไว้ ... แล้วก็รีบกลับ


และแล้ว คืนวันหนึ่ง


ผมก็สะพายเป้ไปขึ้นรถทัวร์ปรับอากาศที่(นี่)หมอชิต กำแพงเพชร
2


20.35
น. เป็นเวลารถออก

แต่รถก็ยังไม่ออกไม่ทราบเพราะอะไรเหมือนกัน และไม่กล้าถามด้วย

Late
มาสักพักเราก็เริ่มออกเดินทาง

ท่ามกลางบรรยากาศขมุกขมัวเพราะยังไม่หมดฝนฟ้า

ผมก็หลับๆ ตื่นๆ ไปตลอดทาง


เกือบๆ ตีห้า วันรุ่งขึ้น ผมรู้สึกตัวตื่น ...

ยังมืดอยู่เลย แต่พระอาทิตย์ใกล้จะขึ้นแล้ว

ผมทราบว่ารถผ่านจังหวัดยโสธรมาแล้ว และกำลังมุ่งหน้าไปมุกดาหาร

รถแวะจอดส่งผู้โดยสารที่สถานีขนส่งมุกดาหาร


แล้ววิ่งต่อไปธาตุพนม จุดหมายปลายทาง


หกโมงครึ่ง


ผมมองเห็นองค์พระธาตุพนมชัดเจนจากบนรถ


ถึงแล้วครับ

ค่อยๆ ลงจากรถอย่างเมื่อยขบเพราะนั่งมาเก้าชั่วโมงแล้ว

บิดขี้เกียจเสร็จก็ยังไม่รู้เหนือรู้ใต้


(ไม่ได้เตรียมอุปกรณ์พวก
GPS
ไปด้วยเพราะไม่มีปัญญาซื้อ)

เลยมองหาร้านกาแฟเข้าไปนั่งหม่ำ พักเหยียดแข้งเหยียดขาซะหน่อย ...

แล้วก็ถามถึงองค์พระธาตุพนม

ได้การ ... จากที่ลงรถ ผมเดินต่อไปอีกร้อยกว่าเมตรก็ถึงวัดพระธาตุพนมแล้ว


ยังเช้าตรู่อยู่เลย ผมมองไปรอบๆ ในวัดก็ยังไม่ค่อยมีคน

ตรงข้ามวัด ฝั่งตรงข้ามเป็นป้อมยามตำรวจกับตลาดเล็กๆ

มีผู้คนมาจับจ่ายซื้อของกันเยอะแล้ว

แล้วผมจะแวะพักที่ไหนล่ะเนี่ยจะอาบน้ำแปรงฟันยังไงดี (หว่า)

ฮ่า ฮ่า แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นป้ายใหญ่ในวัด ...

"ห้องน้ำสะอาด
3
บาท" พร้อมลูกศรชี้ทาง

ผมเดินตรงไปทันที แล้วก็พบห้องน้ำสะอาดจริงดังว่า


และสร้างใหญ่โตหลายห้องแบ่งสัดส่วนชาย-หญิงไว้เรียบร้อย

แถมยังมีห้องอาบน้ำให้อีกด้วย

เย้ ... (ธรรมะย่อมคุ้มครองผู้ประพฤติธรรม)


ยังมีเวลาอีกมาก ผมบอกกับตัวเอง

ว่าแล้วจึงข้ามถนนไปเดินชมตลาดอำเภอธาตุพนมซะหน่อย

ว่าจะเป็นตลาดแบบไหนในตำราเศษกระดาษ เอ๊ย
!!
เศรษฐศาสตร์

ร้านรวงทั่วไปยังปิดเงียบอยู่


มีร้าน
7-Eleven
เห็นชัดเจนอยู่ริมทาง

เลยไปมีอาคารตลาดสดชั้นเดียวขายทุกอย่างแบบตลาดสดทั่วไป

ผมเดินเลาะดูไปเรื่อยๆ ว่ามีอะไรขายบ้าง


เผื่อจะเห็นวัฒนธรรมการอุปโภคบริโภคของที่นี่


บัดนี้ ... ได้เวลาอันเป็นมงคลฤกษ์แล้ว ...

อุ๊ย
!!!
ไม่ใช่ครับ เผลอตัวไปหน่อย

ต้อง บัดนี้พอสมควรแก่เวลาแล้ว ...

ผมจึงเดินกลับมาที่วัด จะข้ามถนนเริ่มเห็นผู้คนและรถราออกมาวิ่งแล้ว

ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนกับคนทำงานกำลังเดินทางผ่านหน้าไป


จัดเตรียมสิ่งของเพื่อสักการะเรียบร้อย

ผมก็เดินเวียนเทียนประทักษิณาสามรอบองค์พระธาตุ

ตอนเวลาสายๆ ของวันนั้นเลยครับ

แหะ แหะ เอาฤกษ์สะดวกเข้าว่า


แล้วก็กราบบูชา ทำบุญ ทำทาน ไปตามธรรมเนียมปฏิบัติ


เพิ่งสิบโมงเช้าเอง ...

ผมควักกล้องดิจิทัล เจ้าตัวเล็กประจำตัวออกมา


มองไปรอบๆ หามุมเพื่อจะถ่ายภาพ

ต่อจากนี้ไป เป็นรายการท่องเที่ยวแล้ว ไช โย้
!

มีตัวเดียวก็ใช้อันเดียว เที่ยวกด (ชัตเตอร์) ไปทั่ว

ถ่าย (ภาพนะครับ) ทุกอย่างที่อยากถ่าย เท่าที่เจ้าตัวน้อยจะมีปัญญาถ่ายมาได้_

แต่ท้องฟ้าปิดสภาพอากาศไม่เอื้อแก่การถ่ายภาพเลยแฮะ

นานๆ จะมีแสงแดดจัดจ้าออกมาสักพักหนึ่ง


ก่อนจะผลุบหายเข้าหมู่เมฆไปอีก

ผมไม่รอและไม่สน แหละครับ


ขืนรอให้แสงดีผมอาจต้องใช้เวลาทั้งวัน



เพิ่งเที่ยงวันเอง ... (เริ่มใช้หัวคิดวิชาการบริหารเวลา

กับ วิชาการเดินเที่ยวอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด

แบบประสบการณ์ตรง ฮ่า ฮ่า)

เดิมทีผมวางแผนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เลย

หลังจากเสร็จพิธีที่พระธาตุพนม

แต่นั่นย่อมผิดหลักการเที่ยวแบบคุ้มค่า

(อะไรฟะ ... มาถึงเช้ากลับเที่ยง)


ไม่มีการกระจายรายได้ แล้วท้องถิ่นจะสร้าง
GDP

ให้เติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร

ถ้าไร้นักช็อป
OTOP
มีระดับอย่างผม ฮิ ฮิ

แต่ด้วยความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการเดินทางยังไม่ทันจางไป

บวกกับเดินมาราธอนซะรอบวัดเพื่อถ่ายภาพอีกหลายตลบ

ผมจึงเปลี่ยนใจ บัด-เดี๋ยว-นั้น ...

ว่าต้องพักค้างซะหนึ่งคืนก่อน


(โดยไม่ต้องใช้ทฤษฏีวิชาใดๆ)

ที่ไหนดีล่ะ ที่ธาตุพนมนี่


หรือจะไปนครพนม สกลนคร มุกดาหาร

ผมเลือกมุกดาหารเพราะได้ทราบว่ามีรถโดยสารวิ่งตลอดทั้งวัน


การเดินทางก็สะดวกแถมไม่ต้องเสียเวลารอนาน

และที่สำคัญคือมุกดาหารเพิ่งสร้างสะพานมิตรภาพข้ามแม่น้ำโขง

เปิดพรมแดนไปเชื่อมกับแขวงสะหวันนะเขตของฝั่งลาวแล้ว

น่าจะเป็นโอกาสอันดีที่ผมจะได้ไป
Survey ซัก-กะ-หน่อย


เอออ ... เป็นการตัดสินใจที่ไม่ต้องใช้สมองคิดอะไรมากมายดีฮับ


เกือบๆ บ่ายโมง ผมก็นั่งรถโดยสารย้อนกลับมามุกดาหารอีกครั้ง

ถึงท่ารถสถานีขนส่งก็ใช้แผนปฏิบัติการเดิม


คือแวะกินอาหารเที่ยงรองท้องแถวนั้น

แล้วก็สอบถามข้อมูลเบื้องต้น เช่น สถานที่พัก


ค่าโดยสารรถสามล้อเครื่องสกายแล็ป


การเดินทางข้ามไปเที่ยวฝั่งลาว


(
Win Win ม๊ายย ??)


ตกลงผมเข้าเช็คอินที่โรงแรมแห่งหนึ่ง

เลือกโรงแรมที่อยู่ในตลาดเพราะไม่ได้ขับรถมา


ต้องเดินเท้าเอาเป็นหลัก


(จำเป็นต้อง
Keep Walking เพราะ No Car มีแต่ขา)


อาบน้ำอาบท่าพักผ่อนพอแล้ว

เย็นนั้นผมก็เดินไปช็อปตลาดอินโดจีนริมแม่น้ำโขง

ซื้อของติดไม้ติดมือมานิดหน่อยพอเป็นที่ระลึก


ตกค่ำก็ย่ำต๊อกไปตลาดกลางคืนหาอาหารมื้อค่ำทาน

แล้วผมก็ตุปัดตุเป๋กลับมานอนสลบอยู่ที่ห้องพักด้วยความอ่อนเพลีย

ผมว่าตั้งแต่ลงจากรถทัวร์ที่ธาตุพนม


ผมเดินทนแบบว่าเดินมาราธอนมาไม่ใช่น้อยเลย


กว่าจะมาถึงห้องพักคืนนี้คิดว่ารวมแล้วก็หลายกิโลโขอยู่แฮะ

(อู๊ววว .... อันนี้ รายจ่ายค่าที่พักแบบพอเพียง

แต่ได้อรรถประโยชน์สูงสุดเลยบวกคุ้มค่าอีกต่างหาก)


เช้าแล้ว ... วันนี้ผมจะไปไหนดี

เฮ้อ ... เสร็จพิธีกรรม ก็มา พิธีเที่ยวมั่ง (ฮับ)

ร่างกายหายอ่อนเพลียสดชื่นขึ้นเยอะ


ผมกำลังคิดว่าผมจะไปไหนดีและจะกลับเมื่อไหร่

กลับคืนนี้แหละเพราะตังค์จะหมดแล้ว


กลางวันนี้ก็เดินเที่ยวเอาในเมืองแถวนี้แหละ


(ไม่ต้องมาอ้างทฤษฏีใดๆ)

ผมตัดสินใจยังไม่ข้ามไปเที่ยวลาว


เพราะไม่มีบัดดี้ไปด้วย


เกรงจะ (ใจอ่อน) ถูกล่อลวง (แต่สมัครใจ)

ไปเที่ยวต่อที่หลวงพระบาง


อีกประการผมยังอยากกลับมาเที่ยวอีก

กลางวันวันนั้น ผมจึงเดินเที่ยวชมเมือง ชมวัด ไปเรื่อยๆ

ตามแต่กำลังขาจะพาไปไหว

วันนี้อากาศร้อนจัดแดดแรงมากผิดกับเมื่อวานเลย


ผมทั้งเมื่อยทั้งร้อนเหงื่อแตกพลั่ก

ต้องใช้ยุทธวิธีหลบไปเดินในห้างสรรพสินค้ารับแอร์บ้าง

และชมความงามของสาวๆ พนักงานขายซะหน่อย (ตามฟอร์ม)


พอหายเหนื่อยคลายร้อน

เมื่อก่อนนี้เป็นห้างเล็กๆ

เดี๋ยวนี้ขยายแผนกมีสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น

ผมยังจำร้านค้าเก่าๆ ในตลาดบางร้านได้สมัยที่ผมเคยทำงานอยู่


เดี๋ยวนี้ก็ยังเปิดอยู่แต่เขาจำผมไม่ได้หรอก

แต่ก็นะ ... ก็ยังมีบางร้านที่เมื่อเห็นผม


เขารู้สึกคุ้นๆ คลับคล้ายคลับคลาเหมือนเคยเห็นผมที่ไหนแต่นึกไม่ออก

โดยเฉพาะร้านขายอาหารเพราะผมต้องมาซื้อมาทานอาหารอยู่บ่อยๆ


ผมก็ยิ้มๆ ไป ไม่ได้ว่าอะไร



บ่ายคล้อยจะเย็นแล้ว ...

ผมเช็คเอาท์ที่โรงแรมไว้ตั้งแต่ก่อนเที่ยง

ต้องเดินกลับไปเอาเป้กับสัมภาระที่มี


นั่งสกายแล็ปแวะห้างเทสโก้-โลตัส


สาขามุกดาหาร ซัก-กะ-ติ๊ดดด

รอเวลารถทัวร์กลับกรุงเทพฯ ตอนค่ำ

ความจริงก็ไม่ได้น่าสนใจไปนัก


เพราะห้างโลตัสที่สาขาไหนก็เหมือนๆ กันหมด

แต่เพราะเป็นทางผ่านจะไปสถานีขนส่งด้วย


และผมก็หมดเรี่ยวหมดแรงจะไปเดินที่ไหนอีกแล้ว

ฮะแอ้ม (อย่าดังไปนะ) ...

ผมมีแผนบริหารจัดการบางอย่างอยู่แล้ว

จึงเลือกที่นี่มาพักรอเวลาเดินทางกลับเนื่องจากจะได้แอร์เย็นสบาย


มีร้านค้าและห้องน้ำเพียบพร้อมดี


บรรยากาศก็กว้างขวางสะดวกสบาย


และคงสบายใจได้ไม่ต้องห่วงเรื่องถูกลอบวางระเบิด

แน่นอน ... ว่าต้องดีกว่าที่สถานีขนส่งมากมาย


ผมเดินสำรวจห้างโลตัสมุกดาหาร


เป็นห้างขนาดย่อมกว่าทางกรุงเทพฯ แน่นอน

แต่สินค้าและบริการภายในก็พอๆ กัน

ที่พิเศษหน่อยแต่ก็ไม่ได้แปลกอะไรมากมาย


คือป้ายที่บอกว่าสินค้าอะไรอยู่ล็อกไหนนั้น

จะมีภาษาลาวเขียนอยู่ด้วย

ร้านค้าอื่นๆ ในอาคารก็พวก สุกี้
MK KFC

ฟู๊ดปาร์ค ร้านหนังสือ
SE-ED
โทรศัพท์มือถือ

แล้วก็พวกกิ๊ฟท์ช็อปของกระจุกกระจิกน่ารักๆ ทั้งหลายแหล่


ผมใช้เวลาอยู่ที่นี่นานเลย


สำหรับบำบัดทุกข์ บำรุงสุข (ตัวเอง)

ทั้งสรรพอาหาร หรือสารพัดเรื่อง ห้องน้ำก็ใช้ที่นี่

ผมใช้เวลาให้ผ่านไปด้วยการอ่านหนังสือบ้าง


เดินชมพนักงานขายบ้าง


เดินชมคนมาซื้อของบ้าง ตามเรื่อง (และตามฟอร์ม)



จน
19.20
น. ก็ได้เวลาเครื่องออก

ผมขึ้นนั่งประจำที่คาดเข็มขัดเรียบร้อยพร้อมกับผู้โดยสารคนอื่นๆ

ทุกคนพร้อม แต่เครื่องก็ไม่พร้อมทั้งๆ ที่ลูกเรือก็พร้อม


ยังไม่ออกเหมือนขามานั่นแหละ

ช่างมันเถอะ ... เดี๋ยวมันก็ออก


แล้วผมก็ทำตัวทำใจให้สบายๆ กับบรรยากาศแห่งวันมาพักผ่อนท่องเที่ยวดีกว่า

แล้วมันก็ค่อยๆ แท็กซี่ออกไป


ผมยังไม่กล้าหลับจนแน่ใจว่ามันไม่มีผาดโผนบินขึ้นไปจริงๆ

(ถอนใจหลายเฮือก ... เมื่อไหร่ โลว์คอสต์ จะมีไฟลท์มาลงแถวนี้ซะทีฟะ)



ตีห้าของอีกวันนึง


เครื่องก็มาแลนดิ้งที่หมอชิตได้เป็นที่เรียบร้อย

อืมมม ..... ก็ โอ-เค น่าา


* * * * *




edit @ 2007/09/15 01:38:01
edit @ 2007/09/24 23:28:37
edit @ 2007/09/24 23:31:29